ถ้ายืนอยู่ริมเขื่อนหน้าเมืองกระบี่แล้วมองข้ามแม่น้ำไป จะเห็นแนวป่าโกงกางเขียวทึบกับหลังคาบ้านเรือนอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่นั่นคือ เกาะกลางกระบี่ ชุมชนเล็ก ๆ ที่นั่งเรือเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง แต่จังหวะชีวิตช้ากว่าฝั่งเมืองอย่างเห็นได้ชัด
บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนข้ามฟากไว้ครบ ตั้งแต่ที่มาของชุมชน วิธีเดินทาง กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ไปจนถึงมารยาทในฐานะแขกผู้มาเยือน อ่านจบแล้ววางแผนเที่ยวครึ่งวันหรือค้างคืนได้เลย
ทำความรู้จักเกาะกลาง ชุมชนริมปากแม่น้ำกระบี่
เกาะกลางอยู่ในตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ ตรงบริเวณปากแม่น้ำกระบี่ พื้นที่ถูกล้อมด้วยแม่น้ำ ลำคลอง และป่าชายเลน การไปมาหาสู่กับฝั่งเมืองจึงต้องใช้เรือเป็นหลักมาตั้งแต่อดีต
ชุมชนท่องเที่ยวของที่นี่เกิดจากการรวมตัวของ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านเกาะกลาง บ้านคลองประสงค์ และบ้านคลองกำ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม ทำประมงชายฝั่ง เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง และทำนาข้าวสังข์หยดสืบต่อกันมาหลายรุ่น
เกาะแห่งนี้ไม่ได้ขายหาดทรายหรือจุดดำน้ำเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทั่วไป สิ่งที่คนตั้งใจมาหาคือวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ชาวบ้านบริหารจัดการการท่องเที่ยวกันเองตามแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รายได้จึงหมุนเวียนอยู่กับคนในชุมชนโดยตรง
ทำไมที่นี่ถึงผูกพันกับเรือหัวโทง
เรือหัวโทงคือเรือประมงพื้นบ้านของฝั่งอันดามัน จุดเด่นอยู่ที่หัวเรือซึ่งเชิดสูงขึ้นจากตัวเรือ ช่วยให้ฝ่าคลื่นลมและทรงตัวได้ดี ปัจจุบันกลายเป็นเรือนำเที่ยวที่เห็นได้ทั่วจังหวัด
ชาวตำบลคลองประสงค์นำเรือชนิดนี้มารับส่งนักท่องเที่ยวตั้งแต่ยุคแรกที่การท่องเที่ยวกระบี่เริ่มเติบโต ต่อมาจึงต่อยอดเป็นงานฝีมือเรือหัวโทงจำลอง ซึ่งเป็นของที่ระลึกขึ้นชื่อของชุมชนมาจนถึงวันนี้
เหตุผลที่ควรใส่เกาะกลางไว้ในแผนเที่ยวกระบี่
หลายคนมากระบี่แล้วใช้เวลาทั้งหมดไปกับทริปออกทะเล จนลืมไปว่าฝั่งตรงข้ามตัวเมืองมีที่เที่ยวซึ่งให้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง ข้อดีหลัก ๆ ของการแวะมาที่นี่มีดังนี้
- อยู่ใกล้ตัวเมืองมาก ขึ้นเรือจากท่าในตัวเมืองได้เลย ไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปต่อคิวเรือทัวร์
- ใช้เวลาไม่มาก ครึ่งวันก็เที่ยวจุดหลักได้ครบ เหมาะกับวันแรกหรือวันสุดท้ายของทริป
- ได้ลงมือทำด้วยตัวเอง เช่น เพนต์ผ้าปาเต๊ะ ลงสีเรือจำลอง และปล่อยปูดำคืนป่าชายเลน
- อาหารทะเลสดจากกระชังของชาวบ้าน ปรุงรสจัดจ้านแบบปักษ์ใต้ และเป็นอาหารฮาลาล
- ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปถึงมือคนในชุมชนโดยตรง ทั้งคนขับสามล้อ แม่บ้านกลุ่มผ้า และร้านอาหาร
นักเดินทางจำนวนไม่น้อยใช้ที่นี่เป็นวันพักเบา ๆ คั่นระหว่างทริปเกาะ หากยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปเกาะไหนต่อ ลองดูข้อมูล เกาะกระบี่ ที่เรารวบรวมไว้ในหน้าแรก แล้วค่อยจัดลำดับวันเที่ยวให้ลงตัว
วิธีเดินทางไปเกาะกลาง ทีละขั้นตอน
จุดขึ้นเรือหลักอยู่ในตัวเมืองกระบี่ ได้แก่ ท่าเรือเจ้าฟ้า และท่าเรือบริเวณสวนสาธารณะธารา ส่วนคนที่จองโปรแกรมกับชุมชน มักนัดขึ้นเรือกันที่ท่าเรือขนาบน้ำตรงลานปูดำ
- เดินทางมาที่ท่าเรือในตัวเมือง ถ้าพักแถวอ่าวนางให้เผื่อเวลานั่งรถเข้าเมืองราวครึ่งชั่วโมง
- บอกคนเรือว่าจะข้ามไปเกาะกลาง แล้วถามให้ชัดว่าจะไปขึ้นฝั่งที่ท่าไหน เพราะบนเกาะมีท่าเรือมากกว่าหนึ่งจุด
- นั่งเรือข้ามแม่น้ำ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เรือโดยสารข้ามฟากคิดค่าบริการหลักสิบบาทต่อคน ควรถามราคาก่อนลงเรือทุกครั้ง
- เมื่อถึงฝั่งแล้ว ต่อรถสามล้อพ่วงข้างของชุมชน หรือเช่าจักรยานปั่นเที่ยวเอง
- นัดเวลาเรือขากลับให้เรียบร้อยก่อนแยกกับคนเรือ
ถ้าอยากชมเขาขนาบน้ำใกล้ ๆ แนะนำให้เหมาเรือแทนการนั่งเรือข้ามฟากธรรมดา คนเรือจะพาล่องผ่านภูเขาคู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ ก่อนนั่งต่ออีกราว 10 นาทีไปขึ้นฝั่งที่เกาะ
Pro Tip (ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ): เตรียมเงินสดและธนบัตรย่อยติดตัวไว้เสมอ เพราะค่าเรือ ค่าสามล้อ และร้านเล็ก ๆ บนเกาะส่วนใหญ่รับเงินสด อีกเรื่องที่ควรทำคือขอเบอร์โทรคนเรือไว้ เรือช่วงเย็นมีน้อยกว่าช่วงกลางวัน การนัดล่วงหน้าช่วยให้ไม่ต้องยืนรอที่ท่านาน
กิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาถึงเกาะ
กิจกรรมบน เกาะกลางกระบี่ แบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือการนั่งสามล้อเที่ยวชมวิถีชีวิตรอบเกาะ กลุ่มที่สองคือเวิร์กช็อปงานฝีมือกับชาวบ้าน จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำทั้งสองอย่างก็ได้ตามเวลาที่มี
นั่งสามล้อพ่วงข้างชมรอบเกาะ
สามล้อพ่วงข้างเป็นพาหนะหลักของคนที่นี่ ถนนบนเกาะเป็นทางคอนกรีตสายเล็ก ลัดเลาะผ่านบ้านเรือน สวนมะพร้าว ทุ่งนา และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ คนขับส่วนใหญ่เป็นคนในหมู่บ้านที่ทำหน้าที่ไกด์ไปด้วยในตัว
ระหว่างทางอย่าเกรงใจที่จะถามเรื่องที่สงสัย ทั้งเรื่องการทำประมง การทำนา หรือชื่อต้นไม้ข้างทาง เรื่องเล่าจากปากคนพื้นที่คือส่วนที่ทำให้ทริปนี้ต่างจากการนั่งรถชมวิวทั่วไป
เพนต์ผ้าปาเต๊ะและทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ
กลุ่มแม่บ้านบนเกาะเปิดให้นักท่องเที่ยวลองจับพู่กันลงสีผ้าปาเต๊ะ ทั้งแบบระบายร่วมกันบนผืนใหญ่ และแบบทำผืนเล็กของตัวเองกลับบ้าน ลวดลายส่วนมากได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว เช่น เรือหัวโทง ปู ปลา และดอกไม้พื้นถิ่น
อีกทางเลือกคือผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งออกแบบลายได้ตามใจ คนที่ไม่ถนัดงานศิลปะไม่ต้องกังวล เพราะมีชาวบ้านคอยสอนทีละขั้นตอน
เรียนรู้เรื่องเรือหัวโทงและลงสีเรือจำลอง
ตำบลคลองประสงค์เป็นแหล่งผลิตเรือหัวโทงจำลองมานาน ช่างในชุมชนย่อส่วนเรือลำจริงให้เหลือขนาดตั้งโชว์บนโต๊ะได้ โดยยังเก็บรายละเอียดของหัวเรือและลวดลายไว้ครบ
นักท่องเที่ยวสามารถฟังเรื่องราวของเรือ แล้วลงสีเรือจำลองลำเล็กด้วยตัวเอง เป็นของที่ระลึกที่มีชิ้นเดียว และเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ มักชอบเป็นพิเศษ
ปล่อยปูดำและชมป่าโกงกาง
ปูดำเป็นสัตว์เศรษฐกิจคู่ป่าชายเลนของกระบี่ ชุมชนจึงจัดกิจกรรมปล่อยปูดำคืนสู่ระบบนิเวศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรที่ชาวบ้านพึ่งพามาตลอด
ใครมีเวลามากขึ้น ลองนั่งเรือเข้าไปในเขตป่าอนุรักษ์ ชมรากโกงกางที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน นกหลายชนิด และวิถีการวางลอบดักปูของชาวประมง
แวะทุ่งข้าวสังข์หยด
ข้าวสังข์หยดเป็นข้าวพื้นเมืองของภาคใต้ เมล็ดมีสีแดงอมม่วง ชาวเกาะกลางปลูกแบบนาปีโดยอาศัยน้ำฝน ทุ่งนากลางเกาะจึงเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล และเป็นจุดถ่ายภาพที่คนนิยมแวะมากที่สุดจุดหนึ่ง
Pro Tip (ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ): ถ้าตั้งใจจะร่วมเวิร์กช็อป ให้ติดต่อกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 วัน วิทยากรคือชาวบ้านที่มีงานประจำของตัวเอง และต้องเตรียมผ้า สี หรือเรือจำลองไว้ให้พอกับจำนวนคน ส่วนการนั่งสามล้อชมเกาะและกินข้าว ไปแบบไม่จองล่วงหน้าได้
ของกินและของฝากที่ไม่ควรพลาด
มื้ออาหารเป็นไฮไลต์ของทริปนี้ไม่แพ้กิจกรรมอื่น วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากกระชังและเรือประมงของคนในหมู่บ้าน จึงสดมาก ร้านอาหารริมน้ำบางร้านตั้งอยู่ติดกระชังปลา เลือกปลาแล้วให้ครัวทำได้ทันที
- อาหารทะเลสไตล์ปักษ์ใต้ เช่น หอยต้มตะไคร้ ปูผัดผงกะหรี่ แกงเหลือง และปลาทอดน้ำปลา
- โรตีร้านเล็ก ๆ ริมทุ่งนา ที่คนในพื้นที่แนะนำให้แวะ
- ข้าวสังข์หยดบรรจุถุง ซื้อกลับไปหุงกินเองที่บ้านได้
- ผ้าปาเต๊ะและผ้ามัดย้อมฝีมือกลุ่มแม่บ้าน
- เรือหัวโทงจำลอง งานไม้ทำมือที่เป็นเอกลักษณ์ของตำบลคลองประสงค์
อาหารบนเกาะรสค่อนข้างจัด ถ้ากินเผ็ดไม่เก่งหรือพาเด็กมาด้วย แจ้งร้านตอนสั่งได้เลยว่าขอเผ็ดน้อย และถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ ควรโทรจองโต๊ะไว้ก่อน
ตัวอย่างแผนเที่ยวครึ่งวันและแบบค้างคืน
สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด แผนครึ่งวันช่วงบ่ายเป็นแบบที่จัดง่ายที่สุด แดดช่วงบ่ายแก่ไม่แรงมาก และได้กินมื้อเย็นริมน้ำก่อนกลับ
- 13.30 น. ขึ้นเรือจากท่าในตัวเมือง ล่องชมเขาขนาบน้ำ
- 14.00 น. ถึงเกาะ นั่งสามล้อชมหมู่บ้านและทุ่งนา
- 15.00 น. เวิร์กช็อปผ้าปาเต๊ะหรือลงสีเรือจำลอง
- 16.30 น. ปล่อยปูดำ แวะกินโรตีและชาร้อน
- 17.30 น. มื้อเย็นอาหารทะเลริมน้ำ แล้วนั่งเรือกลับฝั่งเมือง
ส่วนคนที่อยากซึมซับบรรยากาศให้เต็มที่ บนเกาะมีทั้งโฮมสเตย์ของชาวบ้านและที่พักแบบรีสอร์ต การค้างคืนทำให้ได้เห็นช่วงเช้ามืดที่ชาวประมงออกเรือ ปั่นจักรยานตอนอากาศเย็น และลองกิจกรรมที่ต้องใช้เวลา เช่น ออกไปวางลอบปูหรือขุดหอยกับชาวบ้าน
ช่วงเวลาไหนเหมาะไปเที่ยวมากที่สุด
ที่นี่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะเป็นการนั่งเรือข้ามแม่น้ำ ไม่ได้ออกทะเลเปิด ต่างจากทริปเกาะกลางทะเลที่ต้องดูคลื่นลมเป็นหลัก แต่ละช่วงของปีมีบรรยากาศไม่เหมือนกัน
- พฤศจิกายนถึงเมษายน ฝนน้อย ฟ้าเปิด เดินทางสะดวกที่สุด
- พฤษภาคมถึงตุลาคม เป็นฤดูฝน อาจมีฝนตกช่วงบ่าย แต่ต้นไม้เขียวและคนน้อย
- ปลายฤดูฝน ทุ่งข้าวสังข์หยดเขียวเต็มทุ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นสีทองช่วงเก็บเกี่ยวราวปลายปีถึงต้นปี ซึ่งช้าเร็วต่างกันไปในแต่ละปี
เรื่องเวลาในแต่ละวัน ช่วงเช้าและบ่ายแก่อากาศสบายกว่าเที่ยงวันมาก ส่วนวันศุกร์ช่วงเที่ยงเป็นเวลาละหมาดใหญ่ของชาวมุสลิม ร้านค้าและกิจกรรมบางอย่างอาจหยุดพักชั่วคราว
ข้อควรระวังและมารยาทที่ควรรู้ก่อนไป
เกาะกลางเป็นหมู่บ้านที่คนใช้ชีวิตอยู่จริง ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว การเคารพวิถีของเจ้าบ้านจึงสำคัญที่สุด เรื่องที่ควรใส่ใจมีดังนี้
- แต่งกายสุภาพ เลี่ยงเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงสั้นมาก โดยเฉพาะเมื่อเดินผ่านมัสยิดหรือเข้าบ้านชาวบ้าน
- งดนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่มีเนื้อหมูขึ้นไปบนเกาะ
- ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล เด็ก และภายในบ้านเรือน
- ระวังตอนขึ้นลงเรือ ช่วงน้ำลงบันไดท่าเรือมักลื่น ควรสวมรองเท้าที่ยึดเกาะดีและถอดง่าย
- พกหมวก ครีมกันแดด และยากันยุง เพราะพื้นที่ติดป่าชายเลน
- เก็บขยะของตัวเองกลับมาทิ้งบนฝั่ง และลดการใช้พลาสติกเท่าที่ทำได้
- ตรวจสอบเวลาเรือเที่ยวสุดท้าย เพราะร้านค้าและเรือข้ามฟากหยุดให้บริการเร็วกว่าในเมือง
Pro Tip (ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ): พกผ้าคลุมไหล่หรือผ้าพันคอผืนบางติดกระเป๋าไว้หนึ่งผืน ใช้กันแดดบนสามล้อได้ และใช้คลุมไหล่เมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ที่ควรแต่งกายมิดชิด ไม่ต้องเปลี่ยนชุดระหว่างทาง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเกาะกลาง
เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ไหม
ได้ และเป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่เลือก เกาะกลางกระบี่ อยู่ตรงข้ามตัวเมือง ใช้เวลาบนเกาะราว 3–4 ชั่วโมงก็ได้ทั้งนั่งสามล้อ ทำเวิร์กช็อปหนึ่งอย่าง และกินข้าวหนึ่งมื้อ ถ้าอยากทำหลายกิจกรรมโดยไม่เร่ง ให้เผื่อไว้เต็มวัน
ไปเองโดยไม่ซื้อทัวร์ได้หรือเปล่า
ไปเองได้ไม่ยาก เพียงมาที่ท่าเรือในตัวเมืองแล้วนั่งเรือข้ามฟาก เมื่อถึงฝั่งก็หาสามล้อรับจ้างของชุมชนได้ที่บริเวณท่าเรือ ส่วนกิจกรรมเวิร์กช็อปควรติดต่อกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนไว้ก่อน จะได้ไม่เสียเที่ยว
พาเด็กเล็กและผู้สูงอายุไปได้ไหม
ไปได้ เส้นทางบนเกาะเป็นทางราบ และนั่งสามล้อได้ตลอดจึงไม่ต้องเดินไกล จุดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือช่วงขึ้นลงเรือ ควรให้คนเรือช่วยประคอง และขอเสื้อชูชีพให้เด็กสวมทุกครั้งที่ลงเรือ
สรุป
เกาะกลางกระบี่ เหมาะกับคนที่อยากเห็นกระบี่ในมุมที่ไม่ใช่ทะเลและหาดทราย เดินทางง่าย ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ได้ทั้งนั่งสามล้อชมหมู่บ้าน ลงมือทำงานฝีมือ และกินอาหารทะเลสดจากกระชัง ขอเพียงเตรียมเงินสด แต่งกายสุภาพ และเคารพวิถีของชุมชน ก็เที่ยวได้อย่างสบายใจทั้งแขกและเจ้าบ้าน
หากกำลังวางแผนทริปและอยากรู้ว่ามีเกาะไหนน่าไปต่อ เชิญแวะดูข้อมูล เกาะกระบี่ ทั้งหมดได้ที่หน้าแรกของเรา หรือติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย เรายินดีช่วยจัดเส้นทางให้เหมาะกับเวลาและงบประมาณของคุณ


